เล่าขานตำนานดอยเต่า บ้านน้อย

เล่าขานตำนานดอยเต่า บ้านน้อย

เล่าขานตำนานดอยเต่า ๑๔  บ้านน้อย   โดย ดร.วิทยา พัฒนเมธาดา 

“บทความตำนานดอยเต่าที่ผมรวบรวมขึ้นมาเพื่อต้องการให้คนรุ่นหลังได้รับทราบว่า บรรพบุรุษของคนดอยเต่าในอดีต เป็นผู้ที่มีน้ำใจงดงามยอมเสียสละพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ อพยพมาอยู่ในพื้นที่อันแห้งแล้งบนดอยสูง แต่! คนดอยเต่าก็ยินดีและภูมิใจแม้จะไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรก็ตาม”

 บ้านน้อย

           บ้านน้อยเดิมตั้งอยู่ลุ่มแม่น้ำปิงมาหลายชั่วอายุคน มีตำนานพื้นบ้านล้านนาเล่าว่า พระยาแสนโทเป็นผู้ปกครองเมืองพิศดารนคร หรือเมืองฮอดปัจจุบัน มีธิดาสวยงามชื่อพระนางแอ่นฟ้า พระนางแอ่นฟ้าได้ไปรักไคร่กับลูกชายเสนาชื่อน้อยสิงห์คำ ปัญหารักต่างฐานันดรจึงเกิดขึ้น พระยาแสนโททราบเรื่องจึงเรียกคนทั้งสองมาว่ากล่าวตักเตือน หากฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาลมีโทษประหารชีวิต แต่ด้วยความรักทั้งสองที่มีต่อกันจึงตกลงหนีออกจากเมืองโดยควบม้าสีขาวไปกลางดึกสงัด   ความทราบถึงพระยาแสนโท ได้กริ้วมากสั่งเสนาอำมาตย์และทหารออกติดตามพร้อมสั่งว่าหากเจอคนทั้งสองให้ประหารชีวิตเสีย ขณะที่พระนางแอ่นฟ้าและน้อยสิงห์คำกำลังควบม้าไปนั้น ได้ยินเสียงเท้าม้ากระทบแผ่นดินสะเทือนเลือนลั่นตามมาติดๆทั้งสองเห็นจวนตัวจึงหยุดริมชายป่าปรึกษากันว่า อยู่ก็ตายหนีก็ตายเราจะกระโดดหน้าผาอันสูงชันนี้ตายด้วยกันทั้งสอง จึงเอาผ้าขาวผูกตาม้าไว้เพื่อไม่ให้ม้าเห็นหน้าผาจะวิ่งไปทางอื่น พระนางแอ่นฟ้าเห็นว่าน้อยสิงห์คำไม่กล้าบังคับม้าให้กระโดดหน้าผา จึงเป็นผู้ควบม้าแทนให้น้อยสิงห์คำนั่งช้อนท้าย จากนั้นพระนางแอ่นฟ้าได้ตีท้ายม้าอย่างแรง ม้าจึงวิ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วตกลงจากหน้าผาสูงลงสู่แม่ระมิงค์(แม่นำเปิง)จมหายไปทั้งม้าทั้งคน

      ต่อมาหน้าผาแห่งนี้เรียกว่า”ผาวิ่งชู้”ร่างของน้อยสิงห์คำลอยไปติดท่าน้ำที่บ้านจึงเรียกที่นี่ว่า”บ้านน้อย” ร่างของพระนางแอ่นน้อยลอยไปติดอีกท่าน้ำเรียกว่า”บ้านแอ่น”ส่วนผ้าขาวที่ปิดตาม้าจมอยู่ในน้ำเรียกว่า”วังผ้าขาว”ส่วนร่างของม้าลอยไปติดไม่ไกลนักเรียกที่นั้นว่า”ท่าม้า”

  บ้านน้อยเดิม ตั้งอยู่หมู่ที่  1  ตำบลท่าเดื่อ  อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  ห่างจากแม่น้ำปิงประมาณ 300  เมตร   157 ครัวเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรและยากจนมากบางครอบครัวต้องกินหัวเผือกหัวมันแทนข้าว   บางครอบครัวนำปลาย่าง  ปลาร้าไปแลกข้าวที่บ้านบ่อหลวง   อำเภอฮอด  เพื่อที่จะนำมาเลี้ยงครอบครัว

        ปีพ.ศ. 2507   ชาวบ้านน้อยและหลายๆ  หมู่บ้านตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะทางเขื่อนภูมิพล ประกาศให้ทราบว่าน้ำจะท่วมถึงหลักที่หมายแล้วให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่ด่วน ชาวบ้านได้ช่วยกันรื้อถอนเสาบ้านเรือน วัด และโรงเรียนทั้งน้ำตา อพยพมาอยู่กลางทุ่งนา (น้ำยังมาไม่ถึง)ทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้ จึงประชุมปรึกษาหารือกันโดยพ่อน้อยใจคำ  ชัยแก้ว ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำประชุมปรึกษาหารือว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหนบ้าง  ผลการประชุมมีมติไปอาศัยกับญาติพี่น้องต่างจังหวัดต่างอำเภอก่อน ชาวบ้านบางกลุ่มไปอยู่อำเภอแม่แตง  บางกลุ่มไปอยู่อำเภอจอมทอง   บางกลุ่มไปอยู่อำเภอฮอด   บางกลุ่มไปอยู่อำเภอลี้  เหลือชาวบ้านประมาณ   35  หลังคาเรือนเป็นกลุ่มรักบ้านเกิด ไม่ย้ายไปไหนจึงอพยพจากกลางทุ่งนามาอยู่ที่ป่า “บ้านเด่น”   อยู่ได้ประมาณปีกว่า   พื้นที่ทำเลไม่ค่อยดี  ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นทำมาหากินก็ลำบาก จึงชวนกันอพยพจากบ้านเด่นมาอยู่ที่แห่งใหม่ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า  “บวกตึง”

       ปีพ.ศ. 2511   ทางกรมประชาสงเคราะห์โดยนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล  ได้จัดสรรที่ดินให้กับชาวบ้านเป็นแปลง ๆ  ชาวบ้านน้อยจึงอพยพเข้ามาอยู่แปลงที่14 และสร้างบ้าน สร้างวัด สร้างโรงเรียนขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน 

        ปัจจุบันบ้านน้อยตั้งอยู่หมู่ที่  1   ตำบลบงตัน  อ.ดอยเต่า  จ.เชียงใหม่  

(ข้อมูลจากหนังสือประวัติวัดและหมู่บ้านในเขตน้ำท่วมเหนือเขื่อนภูมิพล  อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ )