การจัดการศึกษากับปัญหาความวุ่นวายในสถานการณ์โควิด-19

การจัดการศึกษากับปัญหาความวุ่นวายในสถานการณ์โควิด-19

 

การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สพฐ. ได้กำหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้ 5 รูปแบบ ตามบริบท และความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน ได้แก่ 1. ON-AIR  2. ONLINE 3. ON–DEMAND 4. ON-HAND และ 5. ON–SITE 


การจัดการเรียนการสอนทางไกลในระดับปฐมวัย – มัธยมศึกษาปีที่ 3  ให้ใช้วิธีการสอนใน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. การเรียนการสอนผ่านทีวี (ON-AIR) ผ่านระบบดาวเทียม KU-BAND (จานทึบ) ช่อง 186-200 ระบบเคเบิลทีวี (Cable TV) และระบบ IPTV   2. การเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต (ONLINE) ผ่านทางระบบ Video Conference ระบบอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน และระบบอื่นตามที่ สพท. จัดเตรียมให้  3. การเรียนการสอนแบบ ON–DEMAND ผ่านทางเว็บไซต์ DLTV (www.dltv.ac.th) ช่อง Youtube (DLTV Channel 1-15) และแอปพลิเคชั่น DLTV บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต 4. การเรียนการสอนแบบ ON-HAND สำหรับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์สื่อสารและการรับชม โดยการนำหนังสือ แบบฝึกหัด ใบงานให้นักเรียนเรียนรู้ที่บ้านภายใต้ความช่วยเหลือของผู้ปกครอง และในส่วนของมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 ให้จัดการสอนผ่านทางระบบ Video Conference หรือระบบบริหารจัดการเรียนการสอน (LMS) ของโรงเรียน หรือระบบที่ สพท. ได้เตรียมไว้


ก่อนเปิดเทอมใหญ่จริงสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือให้ครูทุกคนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบทุกคนเพื่อสร้างความมั่นใจให้เด็กและผู้ปกครอง หันมามองการจัดการเรียนออนไลน์ที่ผ่านมา บอกอะไร หลายอย่าง ทำไมการเรียนรู้และศึกษาไทยถึงล้มเหลว ทำไมประเทศไทยจึงติดกับดักเดินหน้าไปไม่ไปถึงไหน ดูเวียดนามก่อนนี้ห่างชั้นกับไทยมากแต่ตอนนี้หายใจรดต้นคอเราแล้วในแทบทุกด้าน ส่วน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เขาไปไกลไม่เห็นฝุ่น แล้วความล้าหลังนี้โทษ ใครดี ถ้าไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาสงครามไวรัสโควิด-19 ยืดเยื้อแน่ๆ แต่กระทรวงศึกษาฯ กลับไม่วางแผน เตรียมการแต่เนิ่นๆ ไม่ไปสัมผัสความจริงว่าจะทำอย่างไรให้การเรียนการสอนออนไลน์เกิดขึ้นได้จริง ได้ผลจริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะประเทศไทย ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯหรือในเมืองใหญ่


โยนปัญหาให้ ผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครองและนักเรียน รับกรรมจากความไม่พร้อมในแทบทุกเรื่อง เอาง่ายๆ แค่เน็ตไม่มี เข้าไม่ถึง มีโทรศัพท์ธรรมดาไม่ใช่สมาร์ทโฟน ทีวีไม่มีหรือมีแต่ไม่ครบสำหรับบ้านที่มีลูกเรียนหลายคนการเรียนออนไลน์ไม่ใช่ธรรมชาติของห้องเรียนปกติที่ครูผู้สอนและนักเรียน สามารถสื่อสารกันสองทางได้ทันที มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามไถ่กันในเนื้อหาที่เรียน ยิ่งระดับชั้นเด็กเล็กหรือเด็กประถม ครูผู้สอนต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษเพื่อให้เด็กเรียนรู้ไปด้วยกันได้อย่างมีความสุขโดยพื้นฐานการศึกษาของประเทศไทยที่มีระบบการเรียนการสอนผ่านโรงเรียนเป็นหลักจึงไม่คุ้นเคยกับการเรียนออนไลน์ครูคุ้นชินกับการสอนหน้าชั้นเรียน เมื่อมีคำสั่งให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ทั้งประเทศทุกชั้นทุกโรงเรียนจึงเกิดปัญหา


อำเภออมก๋อย อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่จะจัดการศึกษาอย่างไร ? เมื่อในพื้นที่บนดอยสูงไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่มีสมาร์ทโฟน  ไฟฟ้าดับเกือบทุกวันวันละหลายชั่วโมง ความวุ่นวายโกลาหล จึงเกิดขึ้นจะเตรียมความพร้อมและปรับแก้อย่างไร เป็นโจทย์ที่กระทรวงศึกษาฯ และผู้บริหาร สพฐ. ต้องคิดอ่านให้ดี ทั้งที่รู้ว่าการทดลองเรียนออนไลน์แบบเหมาเข่งทั้งประเทศมีคำตอบในตัวอยู่แล้วว่าเป็นไปได้ยากเสียงสะท้อนจากเด็ก ผู้ปกครอง รวมทั้งครูผู้สอน  ปัญหาหลักอยู่ตรงขาดการสื่อสารจากผู้บริหารกระทรวงมาตั้งแต่ต้น ครูเองก็งง นักเรียนก็งง พ่อแม่ผู้ปกครองกุมขมับปวดเศียรเวียนเกล้ากับการเรียนออนไลน์อยู่บ้านของลูกๆ  จะเรียนออนไลน์ยังไง ผ่านช่องทางไหน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แทบเล็ต หรือทีวี สัญญาณอินเตอร์เน็ต ไฟฟ้า  ถ้าไม่มี จะทำยังไง เริ่มมองเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และความไม่เท่าเทียมในทุกด้านที่มีอยู่จริงในประเทศไทย

ครูดอย